วันจันทร์ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2552

Easy Energy Savings 3

Easy Energy ครับการประหยัดพลังงานแบบง่ายๆ และการช่วยสิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้นครับ มาเริ่มกันเลยดีกว่า
- การใช้รถ Fork-Lift แบบชาร์ทแบตเตอร์รี่ดีกว่าแบบแก๊สครับ ไม่เป็นมลพิษและมีประสิทธิภาพดีกว่าด้วย
- ลองปลูกต้นไม้รอบๆ ชุดระบายความร้อนของ Air Condition มันจะทำให้ระบายความร้อนได้ดีขึ้นครับ
- เชื่อไหมครับเราสามารถประหยัดไฟฟ้าจากการต้ม และอุ่นน้ำร้อนตลอดวันที่บ้านของเราได้มากทีเดียวด้วยการปิดมันครับ
- จัดโปรแกรมการใช้ของรีไซเคิล เช่น กระดาษให้ใช้ทั้ง 2 หน้า หรือพวกถุงมือ เศษผ้า ที่สามารถใช้ได้ต่อ โดยให้ทุกคนช่วยกันแสดงความคิดเห็น
- ถ้าที่ทำงานอยู่ใกล้ๆ หรือชอบขี่จักรยาน ก็ให้ขี่ไปทำงานแทนขับรถบ้างครับ เลือกวันอากาศดีๆ แล้วลองดู ประหยัดดี
เจอกันใหม่กับบทความภาคต่อครับ.

วันอาทิตย์ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2552

Save Mode 1.2


เข้าสู่ Save mode วันหยุดพักสบายๆ กับมนุษย์เงินเดือน เคยคิดกันไหมครับว่าเงินเดือนที่ได้รับมันช่างน้อยเสียเหลือเกิน กับความสามารถที่คุณทำได้ ผมว่าหลายๆ ท่านคงเป็นกันนะครับ แต่อยากให้หยุดคิดสักพักครับเพราะมันจะปวดหัวเปล่าๆ อยากให้มองดูสิ่งที่เป็นส่วนประกอบอื่นๆ ในโรงงานด้วยเช่น เพื่อนร่วมงาน หัวหน้างาน แต่ถ้าไม่ได้เรื่องเลยก็หางานใหม่ดีกว่าครับ ความประสงค์ของผมคือไม่อยากให้ไปทำงานแบบทำไปวันๆ มันไม่ได้อะไร แต่ให้ไปตักตวงความรู้จากการทำงานที่บริษัทให้มากที่สุดครับจะดีที่สุด ให้กำลังใจทุกท่านครับ

วันเสาร์ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2552

การคิดค่าไฟฟ้าจาก Bill


การคิดค่าไฟฟ้าจากบิลเก็บค่าไฟฟ้า นอกจากจะคิดจากค่าพลังงานไฟฟ้าสูงสุด(Peak) และค่าพลังงานใช้งาน(Kwh) แล้วเรายังต้องจ่ายค่า Ft(ค่าปรับปรุงต้นทุนการผลิต), ค่า PF.(ถ้าค่ากิโลวาร์เกิน 61.97% ของค่า Peak) และค่าภาษีอีก 7% รูปตัวอย่างจากบิลที่โรงงานผมครับ ผมใช้ไฟฟ้าอัตราปกติดังนั้นค่า Peak = 404 * 196.26 = 79,289.04 บาท, ค่าพลังงานใช้งานเท่ากับ 151,500 * 1.7034 = 258,065.1 บาท, ค่า PF. ผมไม่เสียเพราะอยู่ในค่าที่กำหนด, ค่า Ft. = 151,500 * 0.9255 = 140,213.25 บาท และค่าภาษี 7% รวมเป็นเงินเท่ากับ (79,289.04 + 258,065.1 + 140,213.25) * 1.07 = 510,997.11 บาท.



วันศุกร์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2552

อัตราค่าไฟฟ้าแบบ TOU

อัตราตามช่วงเวลาของการใช้ ( Time of Use Rate : TOU )
ค่า Peak คิดช่วงเวลา : วันจันทร์ - ศุกร์ 09.00 - 22.00 น
ค่า Off Peak คิดช่วงเวลา : วันจันทร์ - ศุกร์ 22.00 - 09.00 น. และวันเสาร์ วันอาทิตย์ วันหยุดราชการตามปกติ (ไม่รวมวันหยุดชดเชย) ทั้งวัน

จะเห็นได้ว่าการคิดค่าไฟฟ้าแบบ TOU จะคิดค่า Peak น้อยกว่าแบบอัตราปกติ และค่าบาทต่อหน่วยจะสูงกว่ามากในช่วง วันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 09.00 - 22.00 น. แต่ถ้ามาทำช่วงเวลา 22.00 - 09.00 น. และ เสาร์ - อาทิตย์ ค่าบาทต่อหน่วยจะน้อยกว่าอัตราปกติ ดังนั้นถ้าเราสามารถปรับเปลี่ยนวิธีการเดินเครื่องจักรให้ไปทำช่วงกลางคืน หรือวันหยุดได้ จะทำให้สามารถประหยัดค่าไฟฟ้าได้ครับ
อัตราขั้นต่ำ : ค่าไฟฟ้าต่ำสุดต้องไม่ต่ำกว่าร้อยละ 70 ของค่าความต้องการพลังไฟฟ้าสูงสุดในรอบ 12 เดือน ที่ผ่านมาสิ้นสุดในเดือนปัจจุบัน

วันพฤหัสบดีที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2552

อัตราค่าไฟฟ้าแบบ TOD

อัตราตามช่วงเวลาของวัน ( Time of day Rate : TOD)
Peak คิดที่ช่วงเวลา : เวลา 18.30 - 21.30 น. ของทุกวัน
Partial คิดที่ช่วงเวลา : เวลา 08.00 - 18.30 น. ของทุกวัน
Off Peak คิดที่ช่วงเวลา : เวลา 21.30 - 08.00 น. ของทุกวัน

การคิดอัตราค่าไฟฟ้าแบบ TOD จะคิดโดย Peak*ความต้องการพลังงานสูงสุด ในช่วงเวลา 18.30-21.30 น. + Partial Peak* ความต้องการพลังงานสูงสุด ในช่วงเวลา 08.00-18.30 น. + ค่าพลังงานไฟฟ้าที่ใช้ทั้งหมด(ดูจากบิลค่าไฟฟ้าได้)*บาท/หน่วย จะเห็นว่าค่าบาทต่อหน่วยที่ 22-33 KV ราคาเท่ากับอัตราปกติ คือ 1.7034 บาท แต่ต่างกันที่ค่า Peak ซึ่งถ้าเราสามารถควบคุมการผลิตไม่ให้ผลิตในช่วงเวลา 18.30-21.30 ได้ หรือให้ผลิตน้อยที่สุด เราจะสามารถลดการจ่ายค่าไฟในส่วนของค่า Peak ลงได้มากทีเดียว

วันพุธที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2552

ลดค่าไฟฟ้ากับการเลือกใช้อัตราค่าไฟฟ้า

อัตราค่าไฟฟ้าของโรงงานอุตสาหกรรมมีอยู่ 3 รูปแบบ โดยกำหนดให้ค่าความต้องการพลังงานไฟฟ้า(Peak) และค่าพลังงานไฟฟ้า(Kwh) แตกต่างกันออกไปตามช่วงเวลาดังนี้

1. อัตราปกติ ที่โรงงานผมยังคงใช้เป็นอัตราปกติอยู่ครับ เพราะเมื่อเทียบกับอัตราแบบ TOD และ TOU แล้วเหมาะมากกว่าใช้ไฟถูกกว่าครับ มาดูกันครับว่า อัตราปกติคิดค่าไฟฟ้าอย่างไร โดยอัตราปกติที่ 22-33 KV จะคิดค่า Peak ตลอด 24 ชม. กิโลวัตต์ละ 196.26 บาท/Kw และคิดค่าไฟฟ้าหน่วยละ 1.7034 บาท/Kw มันจะเหมาะกับโรงงานที่ทำงานปกติ จันทร์-ศุกร์ ในช่วงเช้า และมี OT ช่วงเย็นครับ คือไม่สามารถไปเปลี่ยนแปลง ให้ไปทำงานในตอนกลางคืน หรือวันหยุด เสาร์-อาทิตย์ได้ การคิดอัตราค่าไฟอีก 2 แบบ คือ TOD และ TOU จะมาเล่าต่อในบทความต่อไปครับ เพราะบางท่านอาจจะสามารถนำไปปรับใช้ให้เหมาะกับโรงงานของท่านได้

วันอังคารที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2552

ประหยัดพลังงานด้วยการเลือกใช้หม้อแปลงไฟฟ้า


การประหยัดพลังงานไฟฟ้าด้วยการเลือกหม้อแปลงไฟฟ้าให้เหมาะสม ตั้งแต่สร้างโรงงานคงเป็นไปได้ยาก เพราะส่วนใหญ่จะเผื่อขนาดของหม้อแปลงไว้สำหรับการขยายธุรกิจใหม่ๆ เสมอ มาดูความสูญเสียในหม้อแปลงไฟฟ้ากันครับ ประกอบด้วย การสูญเสียในแกนเหล็ก (Core loss) และการสูญเสียตามโหลด (Load loss) ส่วนตารางนี้แสดงขีดพิกัดกำลังไฟฟ้าสูญเสียของหม้อแปลง ของกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน วิธีคำนวณกำลังไฟฟ้าสูญเสีย เช่นปัจจุบันใช้หม้อแปลง 3,000 KVA, 22 KV จากตาราง No Load Loss + Load Loss = 2,700 + 29,700 = 32.4 Kw พลังงานสูญเสียต่อปี 32.4 * 365 * 24 = 283,824 Kw/ปี ถ้าโหลดทั้งหมดที่ใช้ไม่เกิน 80% ของ 2,500 KVA พลังงานสูญเสียต่อปี = 244,842 Kw/ปี ส่วนต่างเท่ากับ 283,824 - 244,842 = 38,982 Kw/ปี ทั้งนี้ถ้าเรามีหม้อแปลงหลายตัวก็ให้รวมโหลดดีกว่าครับ แต่ต้องพิจารณาความเหมาะสมก่อนการเปลี่ยนแปลงครับ